เหรียญสมเด็จ ณ โรงพยาบาลศรีราชา หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง
หน้าแรก » บทความ » เหรียญสมเด็จ ณ โรงพยาบาลศรีราชา หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง

     หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของชาวระยองและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ท่านเป็นพระเกจิที่บำเพ็ญเพียรจนถึงซึ่ง “อภิญญาณ” มีพุทธาคมสูงส่ง แต่รักสันโดษ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมีความสมถะ ไม่ยินดียินร้ายต่อยศฐาบรรดาศักดิ์ใดๆ นับเป็นพระภิกษุสงฆ์ในพระบวรพุทธศาสนาที่สมควรนำมาเป็นแบบอย่างยิ่งนัก วัตถุมงคลของท่านมีมากมายหลายประเภท ซึ่งล้วนเป็นที่นิยมสะสมและแสวงหาของบรรดาพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะนักนิยมสะสมพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ ด้วยพุทธคุณอันเข้มขลังปรากฏ แม้ท่านจะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของท่านยังคงอยู่และเป็นที่รำลึกถึงจวบจนทุกวันนี้ วัตถุมงคลของท่านนับวันค่านิยมยิ่งทวีคูณ และยังคงมีการจัดสร้างสืบเนื่องต่อมา

     หลวงปู่ทิม เป็นชาวบ้านค่าย จ.ระยอง เกิดเมื่อปี พ.ศ.2422 ได้ศึกษาร่ำเรียนหนังสือเมื่ออายุ 17 ปี กับท่านพ่อสิงห์ที่วัดใกล้บ้าน พออายุ 20 ปี ได้รับคัดเลือกเป็นทหารอยู่ถึง 4 ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 27 ปี ในปี พ.ศ.2449 ที่ วัดละหารไร่ โดยมี พระครูขาว วัดทับ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สิงห์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และ พระอาจารย์เกตุ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา “อิสริโก” ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรมที่วัดละหารไร่ได้ 1 พรรษา ก็เริ่มออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ร่ำเรียนวิทยาอาคมกับพระเกจิอาจารย์และฆราวาสผู้มีวิทยาอาคมสูงจนมีพุทธาคมแก่กล้า จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดละหารไร่จนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส หลังจากนั้นท่านก็ไม่ยอมรับตำแหน่งใดๆ ที่ทางเจ้าคณะจังหวัดแต่งตั้งมาเลย อาทิ ในปี พ.ศ.2478 แต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน เจ้าคณะอำเภอก็ต้องไปรับแทน แม้กระทั่งในปี พ.ศ.2507 ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น ‘พระครูภาวนาภิวัติ’ ท่านก็ไม่ยอมรับ จนชาวบ้านต้องจัดขบวนแห่ไปรับหมายตราตั้งและพัดยศจากเจ้าคณะจังหวัด เพื่อมามอบให้ท่าน แต่ท่านก็หาได้สนใจ พัดยศก็เอาไปเสียบไว้ข้างฝากุฏิ ท่านมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2518  สิริรวมอายุ 96 ปี พรรษา 72
     ชื่อเสียงความเป็นพระเกจิที่มุ่งบำเพ็ญเพียร เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ และความเป็นสมถะ ละเว้นซึ่งรัก โลภ โกรธ หลง ทำให้ท่านมีลูกศิษย์ลูกหาและผู้เคารพศรัทธามากมาย วัตถุมงคลที่ท่านสร้าง ล้วนเป็นที่แสวงหาและหวงแหนยิ่งนัก กล่าวถึง “เหรียญสมเด็จ ณ โรงพยาบาลศรีราชา” ที่ได้รับการยอมรับให้เป็นเหรียญที่มีความงดงามระดับต้นๆ ของประเทศ และประการสำคัญ คือ นับเป็นเหรียญรุ่นสุดท้ายที่หลวงปู่ทิมได้ทำการปลุกเสก ปัจจุบันจึงได้รับความนิยมสูงมาก ของเทียมก็เยอะ หาดูหาเช่าของแท้ได้ยากยิ่ง
     เหรียญสมเด็จ ณ โรงพยาบาลศรีราชา จัดสร้างในปี พ.ศ.2518 โดยลูกศิษย์สร้างถวายในโอกาสที่หลวงปู่ทิมอายุครบ 8 รอบ (96 ปี) ก่อนที่หลวงปู่ทิมจะอาพาธต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งหลวงปู่ได้ทำการอธิษฐานจิตปลุกเสกเป็นเวลานาน กล่าวกันว่าท่านได้ลงเมตตามหาอุด แคล้วคลาด และมหาอำนาจ ลงในเหรียญอย่างครบถ้วน ขณะที่ท่านอาพาธอยู่ที่โรงพยาบาล ยังได้แจกให้ศิษย์ใกล้ชิด ผู้ที่มาเยี่ยม ตลอดจนแพทย์และพยาบาล จึงเรียกชื่อกันว่า “เหรียญสมเด็จ ณ โรงพยาบาลศรีราชา” เหรียญรุ่นนี้จัดสร้างเป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์นั่งพาน และ พิมพ์หยดน้ำ โดยหลวงปู่ทิมบอกว่า ‘เหรียญนั่งพาน’ สำหรับผู้ชายใช้ ส่วน ‘เหรียญหยดน้ำ’ สำหรับผู้หญิงใช้

บล็อกธรรมดา

บล็อกหลังจิก

     เหรียญพิมพ์นั่งพาน สร้างเป็นเนื้อทองคำ จำนวน 2 เหรียญ ตอกโค้ด “ท” ไว้เหนือศีรษะหลวงปู่, เนื้อนวโลหะ สร้าง 9 เหรียญ ตอกโค้ด “ท” ไว้ที่สังฆาฏิ, เนื้อเงิน 20 เหรียญ ตอกโค้ด “ท” ไว้เหนือเข่าซ้ายของหลวงปู่ และ เนื้อทองแดง 5,000 เหรียญ ตอกโค้ด “ท” ข้างข้อศอกด้านซ้าย พิมพ์ด้านหลังยังแบ่งออกเป็น 2 บล็อก คือ บล็อกหลังจิก กับ บล็อกธรรมดา โดย ‘บล็อกหลังจิก’ จะมีลักษณะเหมือนรอยเล็บจิกที่เหรียญ อันอาจเกิดจากการกระแทกตอนปั๊มเหรียญช่วงท้ายๆ และเป็นพิมพ์นิยม เพราะรอยจิกนี้ยากแก่การปลอม จึงดูเก๊แท้ได้ง่ายกว่า

     ส่วน เหรียญพิมพ์หยดน้ำ สร้างเป็นเนื้อทองคำ จำนวน 2 เหรียญ ตอกโค้ด “ท” ไว้เหนือศีรษะหลวงปู่, เนื้อนวโลหะ สร้าง 9 เหรียญ ตอกโค้ด “ท” ที่ช่องกนกด้านซ้ายมือของเหรียญ, เนื้อเงิน 20 เหรียญ ตอกโค้ด “ท” ที่ช่องกนกด้านขวามือของเหรียญ และ เนื้อทองแดง 5,000 เหรียญ ตอกโค้ด “ท” ที่สังฆาฏิหลวงปู่
     การพิจารณา เหรียญสมเด็จ ณ โรงพยาบาลศรีราชา ให้ดูความคมชัดของเส้นสาย ตัวอักษร และสังเกตพื้นที่การตอกโค้ดของแต่ละเนื้อ เพราะจะตอกคนละบริเวณกัน โดยเฉพาะ ‘เหรียญนั่งพาน’ มีจุดสำคัญอีกจุดคือ ถ้าพิจารณาให้ดีแล้ว จะเห็นว่าการตัดขอบเหรียญด้านซ้ายและด้านขวาจะไม่เหมือนกันในบริเวณช่วงล่าง ยิ่งถ้ามองด้านหลังจะเห็นได้ชัดเจนครับผม

 

โดย อ.ราม วัชรประดิษฐ์

 

Share : แบ่งปันไปยัง facebook

 บทความอื่นๆ

ประกาศจากระบบ