ถ้าเจ้าชู้ต้องวัดเหนือ ถ้าเป็นอ้ายเสือต้องวัดใต้ (2)
หน้าแรก » บทความ » ถ้าเจ้าชู้ต้องวัดเหนือ ถ้าเป็นอ้ายเสือต้องวัดใต้ (2)

     พระเกจิอีกรูปหนึ่ง ในสมญา “ถ้าเจ้าชู้ต้องวัดเหนือ” คือ พระเทพมงคลรังษี  หรือ หลวงปู่ดี พุทธโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดเหนือ หรือ วัดเทวสังฆาราม ผู้มีพุทธาคมโดดเด่นด้านเมตตามหานิยมและมหาเสน่ห์

     หลวงปู่ดี พุทธโชติ ท่านเกิดที่บ้านทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2416 โยมบิด-มารดา ชื่อ นายเทศ-นางจันทร์ เอกฉันท์ บวชเป็นสามเณรในปี พ.ศ.2434 ณ วัดทุ่งสมอ โดยมี พระอธิการรอด วัดทุ่งสมอ ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ของท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ ศึกษาร่ำเรียนได้ 6 เดือน ก็ลาสิกขาออกมาช่วยบิดามารดาทำนา จนอายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดทุ่งสมอ โดยมี พระครูวิสุทธิรังษี (หลวงปู่ช้าง) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการรอด และ พระใบฏีกาเปลี่ยน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา  “พุทธโชติ”
     ท่านใฝ่ใจศึกษาเล่าเรียนทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ โดยมีความชอบเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการสวดปาฏิโมกข์ จึงมีความมานะพยายามจนที่สุดก็สามารถท่องปาฏิโมกข์ได้จบบริบูรณ์ในพรรษาที่ 2 ช่วงออกพรรษาท่านมักธุดงค์ไปตามที่ต่างๆ ศึกษาวิปัสสนาและวิทยาคมเพิ่มเติมกับพระเกจิหลายรูป อาทิ พระอาจารย์เกิด วัดกกตาล นครชัยศรี, หลวงปู่เปลี่ยน วัดใต้ จ.กาญจนบุรี, หลวงพ่อยิ้ม วัดหนองบัว ฯลฯ ท่านมีโอกาสเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จำพรรษาที่วัดรังษีถึง 2 ครั้ง เพื่อเรียนภาษาบาลีแต่ก็ไม่ได้เรียน กลับไปเรียนปาฏิโมกข์แปลแทน ท่านมีความสามารถในเรื่องสวดมนต์และท่องปาฏิโมกข์จนได้รับคำชมเชยเป็นอันมาก
     ในพรรษาที่ 12 ที่หลวงปู่ดีมาจำพรรษาที่วัดรังสี ครั้งที่ 2 นั้น ท่านได้พบ พระครูสิงคิบุราคณาจารย์ (หลวงพ่อสุด) เจ้าอาวาสวัดเหนือ (วัดเทวสังฆาราม) ซึ่งรู้จักกันมาก่อนในครั้งที่ญาติโยมนิมนต์ให้ไปสวดที่วัดใต้ ท่านพระครูฯ มาทำหนังสือเดินทางเพื่อไปนมัสการพระเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า หลวงปู่จึงขออนุญาตเดินทางไปด้วย ตลอดทางทั้งไปและกลับ ท่านพระครูฯ เกิดอาพาธ ซึ่งหลวงปู่ดีได้คอยปรนนิบัติดูแลจนกลับถึงวัดเหนือ ท่านพระครูฯ ยังได้ปรารภว่า ‘ถ้าไม่ได้หลวงปู่ดีไปด้วยกัน ท่านก็คงมรณภาพเสียที่กลางทางเป็นแน่’
     หลวงปู่ดีกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ดังเดิม แต่ก็มีจดหมายไต่ถามทุกข์สุขกันเสมอมา บางครั้งท่านพระครูฯ ลงมากรุงเทพฯ  ก็จะมาแวะพักพูดคุย จนช่วงหลังๆ ท่านอาพาธมากไปไหนมาไหนไม่ได้ จึงมีจดหมายถึงหลวงปู่ดีขอให้ไปเยี่ยมท่านบ้าง หลวงปู่จึงหาโอกาสขึ้นไปเยี่ยมที่วัดเหนือ ท่านพระครูฯ ให้ศิษย์คนโน้นคนนี้มานิมนต์ให้หลวงปู่ดีอยู่ที่วัดเสียเลย ท่านก็ไม่รับปากแต่ได้ช่วยดูแลกิจการต่างๆ เช่น สวดปาฏิโมกข์ หรือเทศน์แทนท่านพระครู เป็นต้น คราหนึ่งท่านพระครูฯ ได้ให้ทายกหลายคนมาขอร้องให้ท่านเป็นสมภาร ท่านก็ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด จนเมื่อท่านพระครูฯ  มรณภาพลง  กรรมการและศิษย์วัดและชาวบ้านทั้งหลายจึงมานิมนต์ขอให้ท่านเป็นสมภารอีกครั้ง  ซึ่งท่านไม่สามารถปฏิเสธได้ จึงต้องรับเป็นเจ้าอาวาสวัดเหนืออย่างเต็มตัว
     ท่านเป็นพระเถราจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาจิต ปรับปรุงและพัฒนาทุกอย่างในวัด อะไรที่ดีอยู่แล้วก็ใช้ต่อ ส่วนที่บกพร่องก็แก้ไขให้ดียิ่งขึ้น ที่ยังไม่มีก็เพิ่มเติมขึ้นเป็นลำดับ ทั้ง ขนบธรรมเนียม ระเบียบพิธีการ และถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัด พระทุกรูปมีวัตรปฏิบัติเรียบร้อยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นับได้ว่า วัดเหนือได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ จนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดจริงๆ เป็นที่ชื่นชมศรัทธาของเหล่าสาธุชน แม้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระวชิรญาณวโรรส ยังทรงยกย่องให้เป็นตัวอย่างของวัดทั้งหลาย ในปี พ.ศ.2506 พระบาทสมเด็จพระเปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระองค์ เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินต้นที่วัดเหนือ และทรงมีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ พระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. จารึกไว้เหนือผ้าทิพย์ของ ‘พระพุทธรูปปางประทานพร’ ที่ทางวัดจะจัดสร้างเพื่อนำปัจจัยมาบำรุงวัด ทั้งทรงพระราชทานแผ่นทอง เงิน และนาก ลงในเบ้าหลอมพระพุทธรูปทุกเบ้า อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง
     ท่านยังเป็นพระอุปัชฌาย์ของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ในสมัยที่พระองค์กลับมาอุปสมบทที่วัดเหนือและจำพรรษาอยู่ 1 พรรษา จากนั้นกลับสู่วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงอุปสมบทซ้ำเป็นธรรมยุตอีกครั้ง โดย สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เรื่อยมา สมณศักดิ์สุดท้ายเป็นที่ พระเทพมงคลรังสี เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี องค์ต่อมาจากหลวงปู่เปลี่ยน และมรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2510 สิริอายุ 94 ปี 73 พรรษา

     วัตถุมงคลที่ท่านสร้างล้วนเป็นที่นิยมและแสวงหาอย่างสูง ด้วยพุทธคุณอันโดดเด่นทางเมตตามหานิยมและมหาเสน่ห์สูงส่ง มีทั้ง พระบูชา ภปร., รูปหล่อหลวงปู่ดี, เหรียญพระพุทธชินราช, พระกริ่ง, เหรียญรูปเหมือน และเครื่องรางของขลังต่างๆ โดยเฉพาะ “เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก” อันทรงคุณค่าและพุทธคุณยิ่ง เพราะจัดสร้างโดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ เพื่อเป็นที่ระลึกใน 2 วาระของพระอุปัชฌาย์ คือ วาระที่หลวงปู่ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้นเทพ ที่พระเทพมงคลรังษี ใน พ.ศ.2507 และฉลองอายุครบ 91 ปี ในวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2508
     เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ดี วัดเหนือ ปี 2507 นี้ ลักษณะเป็นเหรียญรูปอาร์มที่มีความประณีตงดงาม จัดทำโดยกองกษาปณ์ และมีเพียงเนื้อเดียวเท่านั้น คือ เนื้ออัลปาก้าครับผม

 

โดย อ.ราม วัชรประดิษฐ์

Share : แบ่งปันไปยัง facebook

 บทความอื่นๆ

ประกาศจากระบบ