ไหว้รับ ‘ไฉ่ซิ้งเอี๊ย’ วันตรุษจีน
หน้าแรก » บทความ » ไหว้รับ ‘ไฉ่ซิ้งเอี๊ย’ วันตรุษจีน

     ไฉ่ซิ้งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภและความร่ำรวย ถือเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญที่สุด ที่จะได้รับการกราบไหว้เป็นองค์แรก ในการเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ตามธรรมเนียมจีน โดยเชื่อว่าเป็นการต้อนรับความโชคดี โชคลาภ เงินทองสู่บ้านเรือน ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข สามัคคีปรองดอง และมีสุขภาพแข็งแรง ณ ปัจจุบัน ยังนิยมจัดสร้างในรูปแบบพระเครื่องหรือเหรียญ เพื่อพกติดตัวเสริมสิริมงคลอีกด้วย

                                                                                                  

     ไฉ่ซิ้งเอี๊ย เป็นเทพองค์เดียวกับ “ท้าวเวสสุวรรณ” หรือ “ท้าวกุเวร” ตามคติหินยานของไทย คือ เป็นเทพผู้คุ้มครองทิศเหนือแห่งจตุโลกบาล เป็นเจ้าแห่งยักษ์และภูตผี และยังเป็นเทพแห่งทรัพย์และความมั่งคั่ง
     เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย ตามพุทธศาสนาลัทธิมหายานของจีน มีเรื่องเล่าขานเป็น ‘ตำนาน’ อยู่มากมาย อาทิ ... เดิมท่านเป็นมนุษย์ ในสมัยพระเจ้าจางซูกงหมิง แห่งราชวงศ์โจว (ประมาณก่อน พ.ศ.591 ปี-พ.ศ.296) กษัตริย์ผู้แย่งชิงอำนาจมาจากพระเชษฐา เหี้ยมโหด เอารัดเอาเปรียบ และข่มเหงราษฎร โดยใช้ความพอใจของตนเป็นหลัก ส่งผลให้ประชาราษฎร์เดือดร้อนไปทั่ว ทำให้ขุนนางจำนวนหนึ่งไม่พอใจคิดกู้สถานการณ์บ้านเมืองให้ดีขึ้น หนึ่งในนั้นคือขุนศึกชื่อ "เซียงหมิง" ได้วางแผนลอบปลงพระชนม์หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะทรงระวังพระองค์เสมอมา ครั้งหนึ่งได้คิดก่อการกบฏพาสมัครพรรคพวกบุกพระราชวังหลวง สู้รบกับพระเจ้าจางซูกงหมิง แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะได้อีก จนต้องหลบหนีออกจากพระราชวังหลวง เพื่อหาวิธีจัดการกับฮ่องเต้ต่อไป สุดท้าย ‘ขุนศึกเซียงหมิง’ ได้ใช้คาถาอาคมและไสยศาสตร์เข้าช่วย โดยนำฟางมามัดเป็นรูปคน พร้อมกับจารึกพระนามของพระเจ้าจางซูกิงหมิงไว้ จากนั้นร่ายเวทมนต์คาถาใส่ไปในหุ่นฟางนานถึง 20 วัน จนในวันที่ 23 ของการประกอบพิธี ได้ยิงธนูอาคมไปที่ดวงตาทั้งสองข้างและหน้าอกหุ่นฟางฮ่องเต้ ทำให้เกิดไฟไหม้กลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา ขณะเดียวกันนั้นเอง ในพระราชวังหลวง พระเจ้าจางซูกงหมิงทรงพระประชวรหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ หมอหลวงก็ไม่อาจรักษาให้หายได้ หลังจากนั้น 3 วัน ก็เสด็จสวรรคต แผ่นดินจีนกลับคืนสู่ความสงบร่มเย็นอีกครั้ง ประชาชนจึงยกย่องขุนศึกเซียงหมิงให้เป็น "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ความมั่งคั่ง และร่ำรวย" พร้อมขนานนามว่า "ไฉ่ซิ้งเอี๊ย"
     ตำนานมณฑลยูนนาน กล่าวว่า เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ท่านเป็นผู้พิพากษา ในสมัยพระเจ้าจางหวู่ฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์จิว (ช่วงศตวรรษที่ 6) เป็นผู้มีความเที่ยงตรงในการพิพากษาจนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยขององค์ฮ่องเต้เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตากรุณา ครั้งหนึ่งมณฑลยูนนานเกิดฝนแล้ง พืชผลไร่นาเสียหายหนัก ประชาชนประสบความทุกข์ยาก อดอยากแร้นแค้น ท่านได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อกราบทูลถึงความเดือดร้อนของประชาชน และเสนอให้ทรงงดเว้นการเก็บภาษีจากประชาชนที่ยากจน ซึ่งฮ่องเต้มิได้ขัดข้อง กลับทรงชื่นชมในความเมตตาของท่าน นับแต่นั้นมา ท่านก็ได้รับการยกย่องจากชาวจีนในมณฑลยูนนานและทั่วแผ่นดินจีนให้เป็น "เทพแห่งความมั่งคั่ง" หรือ "ดวงดาวแห่งโชคลาภ" ในนาม "ไฉ่ซิ้งเอี๊ย"

                                                                               
     ตามความเชื่อของชาวจีนนั้น เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย จะมี 2 ภาค คือ ภาคบู๊และภาคบุ๋น “ภาคบู๊” จะใส่ชุดนักรบจีนโบราณ ประกอบด้วย ชุดเกราะ หมวกขุนพลจีน มือซ้ายถือกระบอง มือขวาถือเงินหยวน ใบหน้าดุดัน เหี้ยมโหด มีเสือโคร่งลายพาดกลอนตัวใหญ่เป็นพาหนะ ภาคนี้ให้คุณในเรื่องติดตามหนี้สิน และควบคุมบริวารหมู่มาก เหมาะบูชาในโรงงานหรือบริษัทใหญ่ๆ ส่วน “ภาคบุ๋น” จะอยู่ในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่จีนโบราณ สวมหมวกขุนนางมีปีกออกไปสองข้าง หน้าตาใจดี มือซ้ายถือเงินหยวน หรือถือแผ่นผ้าจารึกอักษรที่คลี่ออกมาเป็นคำอวยพรอันเป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชา ภาคนี้ให้คุณเรื่องเงินทอง โชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวย จึงเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางสำหรับประชาชนโดยทั่วไป
     ยังเชื่อกันว่า เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย จะเสด็จมายังโลกมนุษย์เพียงปีละครั้ง คือ “วันตรุษจีน” ในวันนั้น ชาวจีนแต่โบราณจะทำการตั้งโต๊ะเซ่นไหว้บูชาเพื่อต้อนรับพระองค์ โดยหันหน้าไปทิศที่จะเสด็จลงมา ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละปี สำหรับปี 2561 นี้ เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย จะเสด็จมาทางทิศเหนือ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ มงคลฤกษ์ 23.14-23.39 น. ขึ้นธูปคนแรก (ใช้ธูป 12 ดอก) กราบไหว้รับและขอพรได้ถึง 00.59 น. ของวันใหม่ โดยตั้งโต๊ะไหว้หันไปทางทิศที่เสด็จ เพื่อกราบไหว้อัญเชิญพระองค์ พร้อมเทพสิริมงคล เทพอุปถัมภ์ และเทพประทานพร แต่ถ้ามีพื้นที่จำกัดก็สามารถตั้งโต๊ะหันออกหน้าบ้านหรือตั้งบนดาดฟ้าได้ เคล็ดสำคัญก็คือ ให้เปิดประตูหน้าบ้าน และปิดประตูหลังบ้าน 


     ‘โต๊ะไหว้’ มีองค์ประกอบหลักคือ รูปเคารพหรือรูปภาพองค์ไฉ่ซิ้งเอี๊ย (ถ้าไม่มี ให้ไหว้ขึ้นธูปทางทิศเหนือ), กระถางธูป มีกิมฮวย (เครื่องบรรณาการ) 1 คู่ ติดกระดาษแดง (อั้งติ๋ว), แจกันดอกไม้ 1 คู่, เชิงเทียน พร้อมเทียนแดง 1 คู่, น้ำใส่ยอดทับทิม 8 ยอด 1 ขัน/แก้ว (สำหรับประพรมตัวและบ้าน), หนังสืออัญเชิญ พร้อมคำอธิษฐานขอพรสีแดง-สีเขียว, ซองอั่งเปา และอื่นๆ ตามเห็นควร เช่น ชุดเครื่องไหว้กระดาษ เป็นต้น
‘เครื่องไหว้’ จัดตามกำลังไม่มากไม่น้อยเกินไป อย่าง ‘เต็มชุด’ ก็มี น้ำชา 5 ถ้วย, ถั่วเขียว 1 จาน - ถั่วแดง 1จาน - ส้ม 9 ลูก, เจไฉ่ (อาหารเจ) 5 อย่าง - ผลไม้ 5 อย่าง, สาคูใส่น้ำเชื่อม (อี๊) 5 ถ้วย, ขนมหวาน 3 อย่าง เช่น ขนมเข่ง ฮวดก้วย ขนมชั้น ‘ชุดเล็ก’ อาจจะเป็น น้ำชา 5 ถ้วย, ส้ม 5 ผล และจับกิ้ม 1 จาน เป็นต้น
     เขียนข้อมูลผู้ที่ขอพรใส่กระดาษวางให้เรียบร้อย หรือเวลาไหว้ให้ผู้ไหว้บอก ชื่อ-นามสกุล-วันเดือนปีเกิด-อายุ และที่อยู่ ก่อนการอธิษฐานขอพร ... การไหว้นั้น ผู้ขึ้นธูปคนแรกใช้ธูป 12 ดอก ไหว้ไปทางทิศเหนือ อัญเชิญพระองค์มาสถิตในบ้าน ขอบารมีปกปักษ์รักษา และขอพรตามปรารถนา เช่น ให้กิจการเจริญรุ่งเรือง การงานราบรื่น มั่งมี ศรีสุข มีโชคมีลาภไม่ขาด ฯลฯ ยังว่ากันว่า ใครอยากขายบ้าน ขายรถ ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อที่ ให้เตรียมรูปภาพมาวางไว้ด้วยแล้วอธิษฐานขอ จะสำเร็จสมประสงค์ เมื่อธูปเหลือครึ่งดอกให้นำเครื่องไหว้กระดาษมาเผา ส่วนของไหว้สามารถนำมารับประทานเพื่อความสิริมงคล ส่วน ‘ส้ม’ ให้นำไปวางบนหิ้งพระ แล้วนำมารับประทานในวันเปิดงาน ซึ่งตามฤกษ์จะเป็นวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561
เวลา 7.00 น. เป็นต้นไป


     การไหว้ “ไฉ่ซิ้งเอี๊ย” ควรไหว้อย่างสงบ ไม่มีการจุดประทัดหรือเสียงดังใดๆ เพราะพระองค์ไม่ชอบเสียงดังครับผม

                                                                                       

 

โดย อ.ราม วัชรประดิษฐ์ 

Share : แบ่งปันไปยัง facebook

 บทความอื่นๆ

ประกาศจากระบบ